บทที่ 3 ยารักษาแผล

ไม้แรกฟาดลงบนแผ่นหลัง เสียงทึบหนักดังขึ้นกลางลาน เจียงหว่านอี๋กำลังยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก นางถึงกับแข็งค้างไป เซี่ยจิ่งเหิง ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น มือทั้งสองวางอยู่บนต้นขา 

แผ่นหลังเหยียดตรงราวกับไม่รู้สึกเจ็บปวด มีเพียงนิ้วมือที่กำเข้าหากันเท่านั้น ที่เผยให้เห็นว่าไม้เมื่อครู่หนักหนาเพียงใด ไม้ที่สองตามลงมา เจียงหว่านอี๋ขมวดคิ้ว

เมื่อครู่ตอนสั่ง นางยังรู้สึกว่าสิบไม้น้อยมาก

เทียบกับห้าสิบไม้ในชาติที่แล้ว นางลดให้เขาตั้งสี่สิบไม้ มากถึงเพียงนี้ยังจะเรียกว่านางใจร้ายได้อีกหรือ

แต่เหตุใดเสียงมันจึงดังนัก 

ไม้ที่สามฟาดลงมา ร่างของเด็กหนุ่มเอนไปข้างหน้าตามแรงไม้ ก่อนจะกลับมาตั้งตรงอีกครั้ง เจียงหว่านอี๋วางถ้วยชาลง

“เบาหน่อย” 

บ่าวชายที่ถือไม้อึ้งงัน คนทั้งลานหันมามองนาง

เจียงหว่านอี๋เพิ่งรู้ตัวว่าตนพูดอะไรออกไปนางเม้มปาก ก่อนเชิดคางขึ้น

“หากตีจนเขาสลบ พวกเจ้าจะเป็นคนแบกเขาไปทำงานให้ข้าหรือ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น บ่าวชายจึงรีบรับคำ ไม้ที่สี่เบาลงจริง ๆ

เจียงหว่านอี๋ค่อยรู้สึกหายใจสะดวกขึ้นมาบ้าง

นางไม่ได้สงสาร เพียงแต่หากเซี่ยจิ่งเหิงบาดเจ็บเกินไป เขาจะต้องนอนรักษาตัวอีกนาน นางเพิ่งย้อนกลับมา

ยังมีเรื่องอีกมากที่ตัองสะสาง  จะปล่อยให้เหตุการณ์

เดินซ้ำรอยเดิมไม่ได้

ยิ่งเขาบาดเจ็บน้อย ความแค้นก็คงน้อยลง

เหตุผลง่าย ๆ เพียงเท่านั้น ครบสิบไม้ในเวลาไม่นาน

เซี่ยจิ่งเหิงยังคงไม่ส่งเสียงร้องแม้แต่ครั้งเดียว

เด็กหนุ่มใช้มือยันพื้นแล้วลุกขึ้น ใบหน้าซีดขาวอยู่บ้าง ทว่าสีหน้ายังคงไม่เปลี่ยน

ไร้ความรู้สึกอย่างไรก็อย่างนั้น 

เขาก้มศีรษะให้นาง “ขอบคุณคุณหนูใหญ่ที่ลงโทษ”

เจียงหว่านอี๋ได้ยินแล้วขนลุกชัน ขอบคุณอะไร

ถูกตีแล้วยังต้องขอบคุณผู้สั่งตีอีก ชาติที่แล้วนางฟังประโยคเหล่านี้จนชิน ไม่เคยคิดว่ามีสิ่งใดผิดปกติ 

แต่ตอนนี้พอรู้ว่าเด็กที่ยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้าจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนเช่นไร นางกลับรู้สึกว่าคำว่า “ขอบคุณ”

ของเขาฟังอย่างไรก็เหมือนกำลังจดบัญชีแค้น

นางโบกมือทันที

“ไปเสีย”

เซี่ยจิ่งเหิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนเขาเองก็ไม่คิดว่านางจะปล่อยไปง่ายถึงเพียงนี้ เจียงหว่านอี๋ถูกมองจนเริ่มหงุดหงิด “หรือสิบไม้ยังน้อยไป?”

เด็กหนุ่มลดสายตาลงทันที ก่อนหมุนตัวเดินออกจากลาน

ฝีเท้าของเขายังมั่นคงในช่วงแรก

แต่เมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เจียงหว่านอี๋ก็สังเกตว่า

ขาข้างหนึ่งของเขาเริ่มฝืนเล็กน้อย

นางรีบเบือนหน้าหนีไม่เกี่ยวกับนาง สิบไม้เอง

อีกอย่าง คนก็ยังเดินได้

เมื่อร่างของเซี่ยจิ่งเหิงหายไปจากประตูเรือน

เจียงหว่านอี๋จึงถอนหายใจออกมา รอดไปหนึ่งเรื่อง

ทว่าความโล่งใจอยู่ได้เพียงไม่นาน สายตาก็เหลือบไปเห็นเศษปิ่นหยกบนโต๊ะ นางนิ่งไป

ปิ่นสีเขียวอ่อนหักออกเป็นสองท่อน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป